การนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในงาน HSE ไม่ได้เป็นเพียงแค่กระแส แต่เป็นความจำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานประจำวัน Tatiana Paklinskaya ผู้เชี่ยวชาญด้าน HSE จากบริษัทก่อสร้าง Edelweiss ได้แบ่งปันประสบการณ์จริงในการบูรณาการโครงข่ายประสาทเทียมเข้ากับการทำงานประจำวัน ในการนำเสนอของเธอ เธอได้เปิดเผย "เบื้องหลัง" การสร้างผู้ช่วย AI ที่ช่วยให้การพัฒนาคู่มือและมาตรฐานการแจกจ่ายอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE) เป็นไปโดยอัตโนมัติ
เพื่อให้สามารถใช้โครงข่ายประสาทเทียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจหลักการทำงานพื้นฐาน วิทยากรได้เสนอการเปรียบเทียบง่ายๆ ว่า AI คือแนวคิดการทำอาหารโดยไม่ต้องใช้คน การเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) คือวิธีการทำอาหาร (การอบ การต้ม) การเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) คือหม้อหุงข้าวอเนกประสงค์ขั้นสุดยอด (โครงข่ายประสาทเทียม) และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) คือสูตรอาหารและส่วนผสม อาหารที่ปรุงเสร็จแล้วคือสิ่งที่เราคุ้นเคย เช่น ChatGPT, GigaChat และ DeepSeek การเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้ช่วยให้สามารถตั้งคำสั่ง (Prompt) ได้อย่างถูกต้องและได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง
ในการนำเสนอได้กล่าวถึงกระบวนการสร้างผู้ช่วย AI เฉพาะทางอย่างละเอียด หลักการสำคัญที่ Tatiana สรุปไว้คือ "งานที่แตกต่างกัน = ผู้ช่วยที่แตกต่างกัน" ความพยายามที่จะสร้างผู้ช่วยอเนกประสงค์มักนำไปสู่ความสับสนและข้อผิดพลาด (อาการหลอน) ของโครงข่ายประสาทเทียม
แนวทางนี้ช่วยลดเวลาในการเตรียมร่างคู่มือจากหลายวันเหลือเพียงครึ่งชั่วโมง โดยเวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับการจัดรูปแบบเอกสารในขั้นตอนสุดท้าย
วิทยากรแสดงให้เห็นผ่านตัวอย่างว่า AI คือเครื่องจักรที่ต้องการคำสั่งที่ชัดเจน ข้อจำกัดหลักที่ผู้ใช้ต้องเผชิญ ได้แก่:
นอกเหนือจากงานประจำวันแล้ว โครงข่ายประสาทเทียมยังเปิดโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างเนื้อหาที่น่าสนใจ Tatiana ได้สาธิตวิดีโอแอนิเมชันเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไฟฟ้าที่สร้างขึ้นด้วย AI โดย ChatGPT ช่วยเขียนสคริปต์และสร้างภาพในสไตล์เดียวกัน (3D Pixar) และใช้ GigaChat เพื่อ "ทำให้ภาพเคลื่อนไหว" สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าบทบาทของผู้เชี่ยวชาญเปลี่ยนไปอย่างไร: จากผู้ปฏิบัติงานธรรมดากลายเป็นสถาปนิกกระบวนการที่จัดการทีมดิจิทัล
สำรวจห้องสมุดแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรมฉบับสมบูรณ์
ไปที่ห้องสมุด