การนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในกระบวนการขององค์กรไม่ได้เป็นเพียงแค่เทรนด์ทางเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่กลายเป็นความจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะในภาวะขาดแคลนบุคลากร การนำเสนอได้กล่าวถึงประสบการณ์ของบริษัท MegaFon อย่างละเอียด ซึ่งทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน HSE จำนวน 10 คนต้องดูแลพนักงานกว่า 22,000 คนทั่วประเทศ รวมถึงสาขา ร้านโทรคมนาคม และบริษัทในเครือ ในสถานการณ์เช่นนี้ การทำงานประจำให้เป็นอัตโนมัติเป็นวิธีเดียวที่จะรักษาประสิทธิภาพและให้การสนับสนุนพนักงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน
วิทยากรได้ยกตัวอย่างว่าบริษัทที่มีประสบการณ์ในการสร้างผู้ช่วยเสียงสำหรับลูกค้า (เช่น Eva) ได้ขยายเทคโนโลยีเหล่านี้ไปยังกระบวนการภายในได้อย่างไร มีการใช้ผู้ช่วยและที่ปรึกษาเสมือนจริงเพื่อปรับตัวและฝึกอบรมพนักงาน ซึ่งช่วยให้ผู้มาใหม่เรียนรู้มาตรฐานการบริการลูกค้า ขั้นตอนต่อไปที่สมเหตุสมผลคือการสร้างแชทบอทภายในชื่อ "MegaColleague" ซึ่งทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการสนับสนุนคำถามต่างๆ มากมาย รวมถึงด้าน HSE
แชทบอททำงานบน Telegram และสร้างขึ้นตามหลักการตอบกลับแบบหลายระดับ:
วิทยากรตั้งข้อสังเกตว่าแนวทางนี้ช่วยหลีกเลี่ยงคำถามเพิ่มเติมที่มักเกิดขึ้นเมื่อคำตอบสั้นเกินไป
โครงการสร้างแชทบอทใช้เวลาเพียงสามเดือน ปัจจัยแห่งความสำเร็จที่สำคัญคือการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยธุรกิจ (รวมถึงแผนก HSE) และทีม Data Science กระบวนการประกอบด้วย:
การนำ "MegaColleague" มาใช้ช่วยรวบรวมช่องทางการให้คำปรึกษาและลดเวลารอคำตอบจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่วินาที สิ่งนี้ไม่เพียงเพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน แต่ยังช่วยประหยัดเวลาทำงานของผู้เชี่ยวชาญด้าน HSE ได้อย่างมาก (ประเมินว่าหลายพันชั่วโมงต่อปี) ทำให้พวกเขาสามารถมุ่งเน้นไปที่งานเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจได้
แผนของบริษัทคือการเปลี่ยนจากการสนับสนุนข้อมูลเป็นการดำเนินการเชิงรุก (ตัวแทน) เมื่อแชทบอทสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง เช่น การสั่งซื้อ PPE โดยคำนึงถึงพารามิเตอร์ส่วนบุคคลของพนักงาน
สำรวจห้องสมุดแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรมฉบับสมบูรณ์
ไปที่ห้องสมุด