ท่ามกลางการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของระบบดิจิทัลและระบบการสื่อสาร บัญชีส่วนตัวของพนักงานจึงกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับการสื่อสารระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง
แล้วทำไมระบบนี้ถึงมีความสำคัญ?
ประการแรก การมีบัญชีส่วนตัวช่วยให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับเงินเดือนที่วางแผนไว้และที่จ่ายไปแล้ว รวมถึงตารางการลาพักร้อนได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ พนักงานยังสามารถส่งคำร้องที่จำเป็น (เช่น การลาพักร้อน การขอความช่วยเหลือทางการเงิน ฯลฯ) และขอใบรับรองต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ข้อดีของบัญชีส่วนตัวในเรื่องนี้คือช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อน พนักงานไม่ต้องคอยถามว่า "ต้องส่งให้ใคร?" "ต้องเขียนอย่างไร?" หรือ "ต้องส่งเมื่อไหร่?" การลดการสื่อสารที่ซ้ำซ้อนและรบกวนสมาธิถือเป็นประโยชน์ต่อพนักงานและช่วยประหยัดเวลาได้มาก ในขณะเดียวกัน นายจ้างก็ลดภาระในการตรวจสอบตารางการลาที่ซ้ำซ้อนและการติดตามกำหนดเวลาส่งคำร้อง ระบบอัจฉริยะของบัญชีส่วนตัวจะคำนวณเองว่าต้องยื่นคำร้องก่อนลากี่วัน และจะไม่ยอมให้ยื่นก่อนกำหนด พร้อมทั้งมีระบบแจ้งเตือนเพื่อไม่ให้พนักงานพลาดวันสำคัญ
ด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อบัญชีส่วนตัวเข้ากับโปรแกรมต่างๆ ของนายจ้างเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถรวมบริการด้านไอทีมากมายที่ช่วยสร้างความรับรู้และการมีส่วนร่วมของพนักงานในกระบวนการภายในของบริษัท รวมถึงในด้าน HSE และความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรม
ตัวอย่างเช่น หนึ่งในโซลูชันที่น่าสนใจด้าน HSE ของบริษัท JSC «Apatit» คือการเชื่อมต่อบัญชีส่วนตัวของพนักงานเข้ากับระบบสารสนเทศที่ติดตามความจำเป็นในการรับอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (PPE)
พนักงานสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับชุด PPE ที่จำเป็นและกำหนดการเปลี่ยนอุปกรณ์ได้ด้วยตนเองผ่านบัญชีส่วนตัวในเวลาที่สะดวก และผ่านการแจ้งเตือนแบบทันที (PUSH) แอปพลิเคชันจะแจ้งเตือนให้พนักงานไปรับ PPE ตามกำหนดเวลา
อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจคือ การเปิดโอกาสให้พนักงานส่ง «ไอเดียด้านความปลอดภัย» หรือรายงานการละเมิดที่พบผ่านบัญชีส่วนตัวได้อย่างรวดเร็ว ซูเปอร์ไวเซอร์จะดำเนินการตรวจสอบคำร้องและส่งต่อไปยังผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง การทำงานผ่านบัญชีส่วนตัวในกรณีนี้ช่วยลดระยะเวลาตั้งแต่การตรวจพบข้อบกพร่องไปจนถึงการแก้ไขได้อย่างมาก
นอกจากนี้ สิ่งที่ช่วยเติมเต็มบัญชีส่วนตัวของพนักงานคือการเข้าถึงสิ่งพิมพ์ขององค์กรและข่าวสารกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท